ความเป็นมา

ความเป็นมา

          
      ลำดับเหตุการณ์กว่าจะเป็นบ้านพิพิธภัณฑ์:

     
อังคาร 13 ตุลาคม 2530 จัดตั้ง “สโมสรนักสะสม” โดย เอนก นาวิกมูล โดม สุขวงศ์ เจนภพ จบกระบวนวรรณ ดร.สุกรี เจริญสุข พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ มนัส พูลผล วรรณา นาวิกมูล ปียกนิษฐ์ หงษ์ทอง ฯลฯ

ศุกร์ 8 มกราคม 2531 เปิดนิทรรศการ “อวดของเล่นไขลาน” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า

ศุกร์ 8 เมษายน 2531 เปิดนิทรรศการ “อวดของ 500 จำพวก” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

ศุกร์ 7 กรกฎาคม 2531 เปิดนิทรรศการ “อวดหนังสือเก่า” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

ศุกร์ 18 ตุลาคม 2531 เปิดนิทรรศการ “อวดเครื่องดนตรี” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

อังคาร 14 มีนาคม 2532 ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้ง “สมาคมกิจวัฒนธรรม” (Cultural Affairs Association) จากสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง เลขาธิการฯในขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม ใช้ตราเป็นรูปช้างยืน แท่นมีริบบิ้นและตัวหนังสือ ใต้แท่นเขียนว่า “กิจวัฒนธรรม สถาปนา 2532”

ศุกร์ 12 พฤษภาคม 2532 เปิดนิทรรศการ “ทำไมไทยไม่ทำ” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ นำเสนอโครงการพิพิธภัณฑ์ในอุดมคติที่สมาชิกสมาคมกิจ วัฒนธรรมปรารถนาจะผลักดันให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา

พฤหัส 17 สิงหาคม 2532 จัดรายการ “ดวลเพลงกลางทุ่ง” ร่วมกับสถาบันวิจัยภาษาและ พัฒนาชนบท ม.มหิดล ที่หอประชุมศูนย์ฝึกอบรมสาธารณสุข อาเซียน ม.มหิดล ศาลายา (ฟรี) พร้อมพิมพ์ หนังสือชื่อ ดวลเพลง กลางทุ่ง เป็นหนังสือลำดับที่ 1 ของสมาคม

พฤหัส 26 ตุลาคม 2532 จัดรายการ “เพลงวณิพก” ร่วมกับสถาบันวิจัยภาษาและพัฒนา ชนบท ม.มหิดล ณ สถานที่เดิม

พุธ 28 กุมภาพันธ์ 2533 จัดงาน “รวมใจช่วยหนังไทยกลับบ้าน” ที่โรงละครแห่ง ชาติ พิมพ์หนังสือชื่อ หนังไทยกลับบ้าน เป็นหนังสือ ลำดับที่ 2 ของสมาคม ฉายภาพยนตร์ “นานุกแห่งถิ่นเหนือ”

9 กรกฎาคม 2533 จดทะเบียน “สมาคมกิจวัฒนธรรม” ณ ที่ทำการกองตำรวจ สันติบาล เลขลำดับ จ.3076

เสาร์ 18 สิงหาคม 2533 จัดรายการ “สุพรรณฝันหวาน” ชุมนุมเพลงและศิลปินเพลงที่ เกี่ยวเนื่องกับจังหวัดสุพรรณบุรี ณ หอประชุมใหญ่ ม. ธรรมศาสตร์ นับเป็นกิจกรรมครั้งที่ 5 ของสมาคม พิมพ์หนังสือ เผยแพร่เล่มที่ 3 ชื่อ สุพรรณฝันหวาน

อังคาร 4 กันยายน 2533 จัดงาน “ช้างช่วยเปียโน” หรือ มหรสพดนตรีช้าง โดย วงฟองน้ำ และ อ.นพีสี นิมมานเหมินท์ เดี่ยวเปียโนประกอบภาพยนตร์ขาวดำเรื่อง “ช้าง” เพื่อหารายได้บูรณะและอนุรักษ์เปียโนคู่ของกรมศิลปากร ซึ่ง ดร.สุกรี เจริญสุข พบโดยบังเอิญในโรงละครแห่งชาติ พิมพ์หนังสือชื่อ เผยแพร่ความรู้ ลำดับที่ 4 ชื่อ หรือ มหรสพดนตรี โดย วงฟองน้ำ
การอนุรักษ์เปียโนคู่หลังนี้ ต่อมามีปัญหาฟ้องร้องผู้รับซ่อมซึ่งทำผิดสัญญา (เอาของใหม่มาใส่แทนการซ่อม) เป็นคดียืดเยื้อมานานถึง 10 ปี โดยสมาคมชนะมาสองศาล ถึงปลาย พ.ศ.2543 ศาลฎีกาตัดสินให้สมาคมแพ้คดี

เสาร์ 20 เมษายน 2534 จัดรายการดนตรี “วันรำลึกถึงโผน กิ่งเพชร” ที่หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาเงินสร้างรูปหล่อเป็นอนุสรณ์ถึงโผน กิ่ง เพชร แชมเปี้ยนโลกชาวไทยคนแรก ที่ชายหาดหัวหิน สามารถ สร้างได้สำเร็จและติดตั้งแล้ว แต่ภายหลังเคลื่อนย้ายรูปปั้นไปตั้ง ที่อื่น ประติมากรผู้ปั้นรูปโผนรูปนี้คือ นนทิวรรธน์ จันทนะผะ ลิน ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2549

พฤหัส 30 พฤษภาคม 2534 ร.อ.อาลักษณ์ อนุมาศ มอบโฉนดที่ดิน 58 ตารางวาให้แก่ สมาคมกิจวัฒนธรรม หลังจากนั้นก็เริ่มหาทุนสร้างอาคารด้วย การฉายภาพยนตร์บ้าง จัดรายการเพลงลูกทุ่งบ้าง ดร.สุกรีกับ คณะออกเล่นแซ็กโซโฟนตามที่ต่างๆหรือเล่นริมถนนรับเงิน บริจาคบ้าง ค่อยๆสะสมเงินเรื่อยมา

จันทร์ 17 มิถุนายน 2534

กลุ่มบริษัทแปลน โดย คุณธีรพล นิยม คุณครองศักดิ์ จุฬามรกต
คุณรุ้งลาวัณย์ อิฐรัตน์ รับออกแบบอาคารให้ แรกทีเดียวตกลง
จะสร้างเป็น พิพิธภัณฑ์หลังเล็กๆ เก็บของเล่นและข้าวของวัยเด็ก
ใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์เด็ก” คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์
รับเป็นประธานกองทุน ต่อมาโครงการพิพิธภัณฑ์เด็กขยาย
ขนาดขึ้นจนเกินกำลัง สมาคมเล็กๆ จะทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ได้ไปเรียนเสนอ
ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานมูลนิธิ
สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ฯพณฯ ท่านได้กรุณากันที่ในสวนฯ ให้สร้างพิพิธภัณฑ์เด็กจำนวนหลายไร่ใน พ.ศ.2539 สมาคมจึงโอนโครงการพิพิธภัณฑ์เด็กให้กรุงเทพมหานคร
โดยอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหวัน ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการพิจิตต รัตตกุล ช่วยผู้ประสานงานโครงการพิพิธภัณฑ์เด็กเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนสามารถทำพิธีเปิดได้ในราวเดือนกันยายน พ.ศ.2544 หลังเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ไม่กี่เดือนทางด้านที่ดิน 58 ตารางวา
ในซอยคลองโพ 2 ได้ปรับสร้างเป็นโกดังรับบริจาคของในชีวิต
ชาวตลาดชาวเมือง ที่สังคมยังขาดแคลนอยู่ ใช้นามว่า “บ้านพิพิธภัณฑ์”


ศุกร์ 9 สิงหาคม 2534 เปิดนิทรรศการ “อวดของจากวัยเด็ก” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

ศุกร์ 30 สิงหาคม 2534 ร่วมกับสถาบันเมืองอีสาน จัดฉายภาพยนตร์ เรื่อง “มนต์รักแม่น้ำมูล” ที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์

ศุกร์ 27 กันยายน 2534 ร่วมกับสถาบันเมืองอีสานจัดฉายภาพยนตร์ เรื่อง “สวรรค์บ้านนา” ที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์

อังคาร 8 ตุลาคม 2534 จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักลูกทุ่ง” ที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์

ศุกร์ 29 พฤศจิกายน 2534 เปิดนิทรรศการ “อวดหนังสือการ์ตูน” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

อังคาร 7 มกราคม 2535 เปิดนิทรรศการ “อวดของเล่นจากอดีต” ในงานวันเด็กสนุกบุกแดนอดีต ที่บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก จัดร่วมกับนิตยสารเพื่อนใหม่ ของงามพรรณ เวชชาชีวะ

พฤหัส 13 สิงหาคม 2535 ผศ.ดร.สุกรี นำวงบางกอกแซกโซโฟนควอร์เต็ด (สุกรี, ผศ.ดร.ธวัชชัย นาควงษ์, ผศ.จีรศักดิ์ กติกาวงศ์และกฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ) แสดงที่โรงแรมดุสิตธานี

ศุกร์ 4 กันยายน 2535 เปิดนิทรรศการ “พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตย” จัดโดย สมาคมกิจวัฒนธรรมร่วมกับองค์กรกลาง ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

อาทิตย์ 27 กันยายน 2535 จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “กัลปังหา” ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

อาทิตย์ 11 ตุลาคม 2535 จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง “สาวน้อย” (ผลงานของ ส.อาสนจินดา ฉายครั้งแรก พ.ศ. 2501) ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ระหว่างพ.ศ.2535 – 2539 บริษัทฮิวมานิสต์ ในเครือบริษัทแปลน ที่มีคุณธีรพล นิยม
เป็นประธาน มอบหมายให้คุณวิโรจน์ กลิ่นดี (กี๋) สถาปนิกของบริษัทช่วยออกแบบและส่งคนมาควบคุม
การก่อสร้างให้ฟรี เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ.2537 ขณะนั้นสมาคมมีเงินเพียง 1.7 ล้านบาท
ในขณะที่ค่าก่อสร้างสูงถึงประมาณ 4 ล้านบาท

อาทิตย์ 7 กุมภาพันธ์ 2536 ชุมนุมนักวาดการ์ตูนที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว รับวาดรูปผู้มาชมเป็นภาพการ์ตูน รายได้สมทบทุนสมาคมกิจวัมนธรรม ผู้ร่วมวาดได้แก่ อรุณ วัชระสวัสดิ์ ศักดา วิมลจันทร์ ชูชาติ หมื่นอินกุล ณรงค์ ประภาสโนบล พิจารณ์ ตังคไพศาล ฯลฯ

มีนาคม 2538 ลงเสาเข็ม เทคาน – เสา บ้านพิพิธภัณฑ์

3 มกราคม 2539 บริษัทกรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด บริจาคเงิน 700,000 บาท สมทบทุนการสร้างบ้านพิพิธภัณฑ์

กลางปี พ.ศ.2539 กทม.ยุคผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล รับโครงการพิพิธภัณฑ์เด็กที่สมาคมเริ่มต้นไว้ไปอยู่ในความดูแล โดยการประสานงานระหว่าง อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่ปรึกษากทม. กับกลุ่มบริษัทแปลนและสมาคมกิจวัฒนธรรม

ระหว่างพ.ศ.2539 – 2544 คณะผู้จัดตั้งสมาคมกิจวัฒนธรรมลายคน
มีภาระส่วนตัว มากจนรวมตัวกันไม่ติด

กลาง พ.ศ.2541 ซ่อมบ้านพิพิธภัณฑ์ครั้งที่ 1 มีปัญหาลม ฝน และอื่นๆ

ศุกร์ 15 พฤษภาคม 2541 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เปิดนิทรรศการ “บ้านพิพิธภัณฑ์ ครั้งที่ 1” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขา ผ่านฟ้า พิมพ์หนังสือ “เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า” จำหน่าย

ศุกร์ 28 สิงหาคม 2541 เริ่มวางจำหน่ายบัตรภาพ รุ่นที่ 1 ที่ศูนย์สังคีตศิลป์

กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2542 ซ่อมบ้านพิพิธภัณฑ์ครั้งที่ 2 ยังมีปัญหาลม ฝน และทาสีใหม่

ศุกร์ 16 กรกฎาคม 2542 สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล บริจาคเงินช่วยบ้านพิพิธภัณฑ์1,000,000 บาท ขอขอบคุณ คุณชัยวัฒน์ พสกภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานฯ คุณเกษียร สิทธิสาตร์ รองผู้อำนวยการ และทีมประชาสัมพันธ์ของสำนักงานฯ คือ คุณอำพันธ์ ศรีภักดี และคุณพิชญา นิทัศน์วรกุล ที่เอื้อเฟื้อสนับสนุน

ศุกร์ 6 สิงหาคม 2542 คุณเกษียร สิทธิสาตร์ รองผู้อำนวยการสนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล และคุณศิริกุล ลิ่มลัญจกร ตัวแทนบริษัทกรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด เปิดนิทรรศการ “บ้านพิพิธภัณฑ์ ครั้งที่ 2” ที่ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า

พ.ศ. 2543 เริ่มขนย้ายข้าวของเข้าอาคารบ้านพิพิธภัณฑ์ตัวจริง จึงงดจัดนิทรรศการ
ตัวตึกหลังที่ 1 หรือตึกหลังแรก เป็นอาคารสูง 3 ชั้น กว้าง 3 คูหาทาพื้นสีขาว ตัดขอบเขียว และเหลือง

กุมภาพันธ์ 2543 ศรายุทธ พึ่งสุจริต นำแบบจำลองย่อส่วนห้องแสดงต่างๆ
ของบ้านพิพิธภัณฑ์ มาให้พิจารณา (ออกแบบสำหรับจัด
แสดงบนชั้น 2 แต่มีปัญหาเรื่องการทำงานของ
เครื่องปรับอากาศและการดึงดูดความสนใจ จึงปรับแบบย้ายลงมาจัดชั้นล่างแทน)

สิงหาคม 2543 ขึ้นโครงร้านจำลองต่างๆ (จ้างบริษัท S.C.Anterior Design ของสุนทรี ศรีวะรมย์ )

กันยายน 2543 บริษัทไทยไวร์โพรดัคท์ จำกัด (มหาชน) บริจาคครื่องปรับอากาศมือสองจำนวน 6 เครื่อง และโต๊ะ ตู้ เก้าอี้สำนักงานเป็นจำนวนาก

พฤศจิกายน 2543 –
มิถุนายน 2544
ซื้อตู้เก่าๆ พลางจัดของไปพลาง ปลูกต้นไม้ จัดแสดงข้าวของ จัดของตลอดเวลา ได้พื้นที่จัดแสดง 2 ชั้น การจัดของใช้
เวลานานมาก ผู้จัดล้วนเป็นอาสาสมัคร ที่สละเวลาว่างจากงานประจำ
และครอบครัวมาช่วยกันคนละไม้ละมือ

เสาร์ 14 กรกฎาคม 2544 ทำพิธีเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นกันเองและ
อบอวลด้วยรอยยิ้มแห่งไมตรีจิต พิมพ์หนังสือ
“เที่ยวบ้านพิพิพิธภัณฑ์” เผยแพร่ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล สนับสนุนค่าจัดพิมพ์

ราวปลาย พ.ศ.2544 ชมรมนิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 25 (รุ่นเดียวกันกับเอนก) มีคุณวิบูลย์ สงวนพงศ์ เป็นประธาน คุณวรากร มังคละศิริ เป็นเลขานุการ และ ประชาสัมพันธ์ คุณสุชาดา ศรีวรรธนะ เหรัญญิก ตลอดจนกรรมการรุ่นคนอื่นๆ อีกหลายคน เห็นสมควรสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมในวาระครบรอบ 25 ปีที่ได้เรียนและรู้จักกันมา จึงได้ช่วยกันเรี่ยไรเงินมามอบให้บ้านพิพิธภัณฑ์ปรับปรุงชั้น 3 ซึ่งเดิมเป็นที่เก็บของให้เป็นห้องจัดแสดงอีกชั้น

กลางปี พ.ศ.2545 กวิน ไชยเดช นักศึกษาปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งของอ.วัฒนพันธุ์ ครุฑะเสน เขียนแบบห้องจัดแสดงชั้น 3 วินัย ธาดาสีห์ กับมนัสวี หรือตุ้ม ธาดาสีห์ (นามสกุลเดิม เกษบุญชู) สิงห์ดำรุ่น 25 ซึ่งมีบริษัทรับตกแต่งภายใน ของตนเองคือบริษัทวิภนัย จำกัด ช่วยกั้นห้องต่างๆ ให้โดยไม่ยอมรับเงิน

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2545 เปิดชั้น 3 บ้านพิพิธภัณฑ์ โดยคุณทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา (รัฐศาสตร์รุ่นที่ 1 อดีตเป็นปลัด กทม.) ที่น้องๆ เคารพนับถือ กรุณาเป็นประธาน พิมพ์หนังสือ “เยี่ยมบ้านพิพิธภัณฑ์” เผยแพร่ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล สนับสนุนค่าจัดพิมพ์อีกครั้ง

พ.ศ.2548-2549 เอนก นาวิกมูล ได้ใช้เงินส่วนตัวสร้างอาคารอีกหลังหนึ่งในที่ดินส่วนตัวบริเวณติดกัน พื้นที่ 58 ตารางวาเหมือนกัน เป็นอาคารสูง 3 ชั้น กว้าง 3 คูหา จุดประสงค์เพื่อให้ใช้ชั้นล่างเป็นส่วนขยายของบ้านพิพิธภัณฑ์ ของที่ได้รับบริจาคและเก็บไว้จนล้นอยู่ในตึก 1 มีที่อยู่ที่เหมาะสม
การกั้นห้องจัดแสดงในตึก 2 ชั้นล่าง เอนก และวรรณา นาวิกมูล เป็นผู้ช่วยกันออกแบบ แม้พื้นที่จะมีแค่ 2 คูหา แต่ก็ได้พยายามให้บรรจุร้านให้มากที่สุดท่าที่จะมากได้ ช่างวิชัย โถน้อย ซึ่งมีบ้านอยู่ติดบ้านพิพิธภัณฑ์ เป็นผู้กั้นห้องให้ตามที่ต้องการได้คอยดูคอยปรับกันไปตามชอบใจ จนกระทั่งสำเร็จ