เยี่ยมบ้านพิพิธภัณฑ์

ชั้น 3


 ห้องนายอำเภอสีหนคร


       รวบรวมเอกสาร ดวงตรา สิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักปกครอง สมมติว่าเป็นห้องนายอำเภอเป็นที่ระลึกถึงชมรมรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น25 สมัยที่คุณวิบูลย์ สงวนพงศ์ เป็นประธานชมรม ผู้บริจาคเงินปรับปรุงชั้น 3 ซึ่งเดิมเป็นห้องเก็บของให้เป็นพื้นที่จัดแสดง
      คำว่า สีหนคร เป็นชื่อสมมติ (เลียนเสียงอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา และให้มีคำเกี่ยวกับสิงห์ – ราชสีห์ เครื่องหมายของสาขารัฐศาสตร์)
       ในห้องมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธงชาติไทย ตู้เอกสาร โต๊ะทำงาน กรอบรูป นาฬิกาปารีส (ทรงสูง ตั้งกับพื้น) เก้าอี้สำหรับประชาชนนั่งคอยระหว่างติดต่อ
      ราชการ แผนที่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม (ยุคที่กำลังสร้างลัทธิชาตินิยม) หนังสือสัญญาขายตัวเป็นทาส ฯลฯ  

ห้องเรียน


      การศึกษาของไทยก่อนสมัยมีโรงเรียน เมื่อเด็กชายโตแล้ว พ่อแม่อาจส่งไปอยู่กับพระ ช่วยปรนนิบัติรับใช้พระ เพื่อจะได้ศึกษาเล่าเรียนไปด้วยในตัว ส่วนเด็กผู้หญิงมักให้อยู่กับบ้าน ช่วยงานบ้าน ไม่ค่อยมีใครได้เรียน
      ในหนังสือชื่อ ประวัติกระทรวงศึกษาธิการ 2435-2507 ) ปกสีเหลืองเล่มนา กล่าวว่าการตั้งโรงเรียนแผนปัจจุบัน เริ่มมีเมื่อ พ.ศ.2414 เมื่อ ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวังในปีนั้น นับเป็นโรงเรียนแรกที่มีขึ้นตรงตามศัพท์ โรงเรียน ที่เข้าใจกันในปัจจุบันนี้ ส่วนโรงเรียนสำหรับราษฎรเรียนแห่งแรกก็ตั้งที่วัดมหรรณพาราม ถนนบ้านตะนาว ในสมัย ร.5 เช่นกัน

      โต๊ะเก้าอี้เด็กนักเรียนและครู กระดานดำ อ.รัตนาวดี ศรีสุทธิสกุล เจ้าของโรงเรียนตะละภัฏศึกษา ซึ่งเลิกกิจการไปเมื่อราว พ.ศ.2538 มอบให้ (โรงเรียนเคยตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นวังของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ คนทั่วไปจึงเรียกบริเวณในรัศมีรอบๆนี้ว่า แพร่งนรา)


ร้านขายแผ่นเสียง


      ร้านจำหน่ายแผ่นเสียงที่มีชื่อเสียงในสมัย ร.6 และต่อๆมาได้แก่ร้านนาย ต.เง๊กชวน ตั้งเมื่อสมัย ร.6 เลิกเมื่อราวหลัง พ.ศ.2520 ไม่นาน
      ร้านแผ่นเสียงรัตนมาลา อยู่ที่หัวมุมถนนพาหุรัด เป็นของนายซุ่นใช้ หรือนายชัย บำรุงตระกูล รื้อสร้างเป็นศูนย์การค้าดิโอลด์สยาม

      ตั้งชื่อร้านว่า ห้างแผ่นเสียงประชุมผล เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณพฤฒิพล ประชุมผล ผู้สนใจอนุรักษ์กระบอกเสียง แผ่นเสียง และหีบเสียงยุคไขลานเป็นอันมากถึงทุ่มเทเงินทอง และแรงกายแรงใจจัดหาของเหล่านี้มาสะสมไว้เต็มห้องที่บ้าน ปัจจุบันได้เปิดพิพิธภัณฑ์เครื่องเสียงโบราณและพิพิธภัณฑ์ธงสยามให้คนทั่วไป
ได้ชม เมื่อพ.ศ. 2545 คุณพฤฒิพลได้นำกระบอกเสียงและแผ่นเสียงโบราณ อันล้ำค่าต่อการศึกษามาบริจาคสำหรับตั้งแสดงที่บ้านพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมาก

      กระบอกเสียงเป็นตัวบันทึกเสียงยุคแรกของโลกก่อนจะพัฒนาเป็นแผ่นเสียง เทปเสียง และเครื่องเล่นซีดีในยุคปัจจุบันนี้ กระบอกเสียงเข้ามาเมืองไทยเมื่อสมัย ร.5 ดังหลักฐานในหนังสือวชิรญาณวิเศษ
       เข้าใจว่ากระบอกเสียงนั้นขึ้นราได้ง่ายในแถบถิ่นร้อนชื้นแบบเมืองไทย จึงถูกทิ้งไปจนหมดสิ้น ส่วนแผ่นเสียง ซึ่งทำด้วยครั่ง และมีมาแต่สมัย ร.5 แต่เกิดหลังกระบอกเสียง ยังพอมีหลงเหลืออยู่พอสมควร มีผู้นำแผ่นเสียงมาบริจาคเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2531

      คุณเสือแห่งร้านต้นฉบับ ถนนบุญศิริ บริจาคเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ประกอบขึ้นเองให้ สามารถเล่นแผ่นเล็กและแผ่นลองเพลย์แบบง่ายๆ ได้ ทำให้บ้านพิพิธภัณฑ์สามารถเล่นแผ่นเสียงเก่าที่ได้รับบริจาคมาและบันทึกเสียงไว้เปิด
สร้างบรรยากาศบนชั้น 3 ได้

ร้านสรรพสินค้า


      ก่อนหน้าที่จะมีห้างสรรพสินค้าดกดื่นเช่นในปัจจุบัน เมืองใหญ่ ๆ เช่นกรุงเทพฯ เคยมีร้านสรรพสินค้าจำหน่ายสินค้าที่จัดว่า “มีระดับ” พอสมควรอยู่ตามย่านธุรกิจสำคัญ ๆ เช่นวังบูรพา บางลำพู เยาวราช ขายเสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ ของฟุ่มเฟือยประเภทน้ำหอม สบู่ แป้ง สั่งจากต่างประเทศ ลูกค้าเป็นคนมีฐานะ เป็นร้านรุ่นหลังจากห้างฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 ลงมาอีกชั้นหนึ่ง เช่นที่เยาวราชมีห้างแมวดำ บางลำภูมีร้านนพรัตน์และห้างสุขเกษม เป็นต้น
      ตู้วางสินค้าสมัยก่อนเป็นตู้ไม้จริงซึ่งประกอบอย่างประณีต มีลวดลาย หรือมีคิ้วประดับไม่ให้จืดตา ซึ่งต่อมาถูกรื้อทิ้ง ถูกขาย ถูกดัดแปลงหรือถูกทำลาย ร้านสมัยหลังใช้ตู้ไม้อัด ตู้อลูมิเนียมแทน หากไม่มีการถ่ายภาพหรือจำลองไว้บ้าง เด็กหรือแม้ผู้ใหญ่ก็คงนึกไม่ออกว่าร้านค้าแบบเก่าขายอะไร แต่งร้านอย่างไร และตู้เก่า ๆ คลาสสิคอย่างไร  

ร้านทองขนาดเล็ก


      ให้ชื่อว่าร้านเกศกนก สมมติเป็นร้านขายทองขนาดเล็ก
      ตู้ขายทองซื้อจากร้านของเก่ามาแล้ว ได้ให้ช่างต่อยกพื้นเป็นที่วางตู้ขึ้นมีขนาดพอสมควร สำหรับให้คนซื้อนั่งเลือกดูของตามสบายอย่างร้านขายทองแถวเวิ้งนาครเขษม
      ตู้ขายทองที่ได้มาเป็นตู้แบนแนวตั้ง มีฝากระจกด้านหน้า มีชั้นบุกำมะหยี่ และมีสายลวดสำหรับแขวนหรือห้อยของโชว์หลายระดับ เวลาปิดร้านหรือเคลื่อนย้าย คนขายจะเอาฝากระดานที่ทำสำหรับตู้นั้นประกบให้ลงร่องแล้วใส่กุญแจที่หูสองข้าง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกระจกแตกด้วย
      ลักษณะตู้เป็นแบบขอบเรียบ แต่ทำอย่างประณีตงดงาม ตู้บางใบที่เคยเห็นแถบตลาดเก่าๆ เช่นที่บ้านป้าเนื่อง แฝงสีคำ ช่างทอง อ.เมืองเพชรบุรี ,ที่ตลาดอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เขาแกะสลักไม้เป็นลวดลายต่างๆประดับตู้วิจิตรพิสดารมาก ตู้แบบนี้ปัจจุบันหายากและมีราคาแพง