เยี่ยมบ้านพิพิธภัณฑ์

ตลาดริมน้ำ ตึก 2


ร้านกาแฟ


      ร้านกาแฟเป็นร้านที่คนไทยนิยมไปนั่งดื่มกาแฟ ทั้งโอยัวะ โอเลี้ยง ยกล้อ (โอเลี้ยงโรยนมสด) และชาร้อน ชาเย็น ชาดำเย็น โกโก้ โอวัลติน ฯลฯ กันในตอนเช้าและเย็น เมื่อขากาแฟไปพบกันแล้วก็มักสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกันเป็นที่บันเทิงใจ หากพูดคุยกันเรื่องการบ้านการเมืองมากๆ ก็กลายเป็นอย่างที่เรียกเล่นๆว่า “สภากาแฟ”
      สภากาแฟดูเหมือนจะมีทั่วไปในโลก ที่พม่าโต๊ะกาแฟกับเก้าอี้นั่งเป็นแบบโต๊ะเก้าอี้เด็กคือสูงจากพื้นไม่มากนัก
      ในร้านกาแฟ นอกจากจะขายชากาแฟแล้วยังมีน้ำอัดลม บุหรี่ เหล้า และของจิปาถะอีกด้วยตามแต่กำลังของคนขาย

      จำลองบรรยากาศร้านกาแฟยุค 2500 มีหม้อทองเหลืองรุ่นเก่าไว้ต้มน้ำชงชากาแฟ ส่วนโต๊ะวางเครื่องชงกาแฟทำขึ้นใหม่ เลียนแบบโต๊ะเก่าของร้านกาแฟที่ตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีแผ่นป้ายโฆษณา ปฏิทินของแถมสินค้า ขวดน้ำอัดลมยี่ห้อแปลกๆ พร้อมลังรุ่นทำด้วยไม้ทาสี ตู้แช่โบราณ จัดแสดงในและนอกร้าน
      เดิมร้านกาแฟของบ้านพิพิธภัณฑ์อยู่ในตึก 1 ต่อมาเมื่อสร้างตึก 2 เสร็จแล้วจึงย้ายมาอยู่ในตึก 2 ทั้งนี้ก็เพื่อให้อยู่ใกล้คูน้ำที่สมมติเป็นคลอง

ร้านบุญส่งพานิช ขายเครื่องเขียน แบบเรียน ให้เช่าหนังสือ


       มีหนังสือปกแข็ง ปกอ่อน แบบเรียนปัญญาเรณู ฯลฯ ในตู้ใหญ่ 1 ตู้
      หน้าร้านขายแบบเรียนเครื่องเขียนและอุปกรณ์ประกอบการเรียนต่าง ๆ เช่น มีดเหลาดินสอ ปากกาคอแร้ง ขวดหมึก รวมทั้งของใช้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ่านไฟฉาย (ตรากบ, ตราแพะ)
      ป้ายร้านบุญส่งพานิช มาจากร้านขายหนังสือและอุปกรณ์การเรียน ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เมื่อเลิกกิจการในยุค 2530 แล้ว ก็ถอดมาเก็บที่กรุงเทพฯ
      เป็นป้ายที่พ่อสั่งทำจากกรุงเทพฯในยุค 2490 ทั้งตัวป้ายและตัวหนังสือทำด้วยไม้  


ร้านทอง


      คุณอุศา อิทธิศาสตร์ อ.เมือง จ.ระยอง บริจาคให้บ้านพิพิธภัณฑ์เมื่อ พ.ศ.2549
      เป็นร้านทองที่เปิดจำหน่ายเมื่อ พ.ศ.2520 อันเป็นปีที่คุณอุศาแต่งงานกับคุณสุมิตร อิทธิศาสตร์ ได้ทำร้านใหม่อย่างสวยงาม มีรูปมังกรอยู่ข้างบนถึง 6 ตัว
      คุณสุมิตรเป็นผู้สืบทอดกิจการขายทองจากพ่อแม่คือนายคอย กับแม่กิมอิ้ด แซ่ลี้ ทั้งสองจำหน่ายทองรูปพรรณมานาน จนเป็นที่เชื่อถือทั่วไป เมื่อคุณสุมิตรถึงแก่กรรมในราว พ.ศ.2548 ขณะกำลังทำร้านใหม่อีกแห่งในตลาดใหม่ คุณอุศาไม่อยากทิ้งตู้ทองในร้านเก่า จึงบริจาคให้ บ้านพิพิธภัณฑ 

ร้านทำฟัน


      หลักฐานเกี่ยวกับการทำฟันปลอมของคนไทยมีในหนังสือ เพลงยาวเรื่องหม่อมเป็ดสวรรค์ ที่เขียนโดย คุณสุวรรณ เมื่อประมาณ พ.ศ.2384-2385 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3
      ในนั้นจะเห็นว่าหม่อมเป็ดฟันหักหลายซี่ ได้บรรจงตัดกะลามาทำเป็นฟันปลอมผูกไหมเข้ากับฟันแท้แทน (ดูหนังสือ หญิงชาวสยาม กับหนังสือ โดยเอนก นาวิกมูล เพิ่มเติม)

      ป้าย ร้านฟู้เจิ้นทำฟัน ได้รับบริจาคจาก….
      เก้าอี้ทำฟันสีฟ้า กับซื้อตู้ทรงสูงหนึ่งคู่หน้าร้านซื้อมาจากนครชัยศรี
      ต่อมา คุณประพุทธ วรพัฒนาพันธ์ จากร้านทำฟันหมอสวัสดิ์ พุ่มเทศ ที่ตลาดนางลิ้นจี่ บริจาคเก้าอี้ทำฟันสภาพสมบูรณ์ดีพร้อมชุดทำฟันยุค 2500
      มีโต๊ะช่างทอง อยู่ในร้านทำฟันเพราะสมัยก่อนมีการทำฟันทองด้วย ฟันทอง นอกจากจะทำให้ดูสวยตามคตินิยมคนสมัยก่อน แล้วนัยว่ายังมีความยืดหยุ่นดีด้วย
     

ร้านขายของริมน้ำ


      ร้านค้าตลอดจนบ้านเรือน วัดวาอารามแต่ก่อนมักหันหน้าลงน้ำ เพราะเราเคยใช้คลองและแม่น้ำเป็นทางสัญจร เอาเรือมาจอดขึ้นทำธุระได้สะดวก ยังเรือนอีกประเภทหนึ่งก็ถึงกับปลูกในน้ำเลยทีเดียว นั่นคือเรือนแพ  

      สมัยก่อน ผู้อยู่เรือนแพ มีทั้งเจ้านาย ขุนนาง พ่อค้า และราษฎรธรรมดา ร้านถ่ายรูปร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 4-5 คือร้านนายจิตร (ต้นสกุล จิตราคนี) ช่างภาพหลวงก็ตั้งอยู่ในเรือนแพหน้าวัดซางตาครูส ธนบุรี
      การค้าขายริมน้ำ เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ท้องน้ำบางแห่งที่มีคนผ่านไปผ่านมามากๆ จะเป็นที่นัดเอาข้าวของมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน บางแห่งจะเห็นเรือมาชุมนุมกันนับร้อยลำ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของชาวต่างประเทศและคนยุคปัจจุบันมาก ตลาดในลักษณะนี้ เรียกว่าตลาดน้ำ เมื่อ 50 -100 กว่าปีก่อนขึ้นไป เคยมีทั้งที่ปากคลองตลาด หน้าวัดอรุณราชวราราม วัดสุวรรณาราม วัดบางแวก วัดไทร วัดนิมมานนรดี (บางแค) และตลาดดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
      ร้านค้าริมน้ำ มีตั้งแต่โรงไม้ โรงเลื่อย โรงสี ร้านขายของชำ ร้านขายถ้วยโถโอชาม เรือขายของ มีทั้งเรือขายขนม ขายก๋วยเตี๋ยว ขายหมู ขายผัก ผลไม้ เมื่อมาชุมนุมกันมากๆ ก็ดูน่าสนุก

      ข้างร้านกาแฟ บ้านพิพิธภัณฑ์ตัดแบ่งส่วนหนึ่งของพื้นที่แคบๆมาเป็นร้านริมน้ำ หันหน้าลงคูเล็กๆข้างหน้าซึ่งสมมติเป็นคลอง ขายทั้งสบู่ ยาสีฟัน มะพร้าวคั้นกะทิ ผงชูรส สีย้อมผ้า และของใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป
      ต่อไปจะหาแห อวน กระบุง ตะกร้า ถ้วยชามหม้อไห เครื่องจับสัตว์น้ำมาเสริม ให้มากขึ้นอีก

แผงหนังสือ


      ใช้พื้นที่ข้างร้านทองเท่าที่เหลืออยู่เล็กน้อยทำเป็นแผงขายหนังสือ เอานิตยสาร หนังสือการ์ตูน และหนังสือชุดสามเกลอ ที่ได้รับบริจาคมาแขวนและวาง
      หน้าแผงให้ตั้งโต๊ะขายลอตเตอรี่